ช่วงเดือนนี้ (พฤศจิกายน) เป็นช่วงของการทอดกฐิน ของประะชาชนในประเทศไทย ทุกพื้นที่ เป็นประเพณีที่ดีงาม ที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน หากใครที่ได้ร่วมกันทอดกฐินถือว่า เป็นการกระทำที่มีกุศลแรง ได้บุญมากกว่าการทอดผ้าป่าหรือกิจกรรมอย่างอื่น
กฐินถือกติกาว่า จะต้องดำเนินการในช่วงที่มีการกำหนดไว้แน่นอน ไม่เหมือน "ผ้าป่า" ที่สามรถจะกระทำได้ตลอดเวลา ประเด็นนี้ อาจจะเป็นที่มาของความสำคัญของการทำบุญกฐิน
ความเห็นประการหนึ่ง จากการได้ไปร่วมทอดกฐิน (เมื่อวันที่ 7 พฟศจิกายน 2553) วัดหนึ่งในตำบลนาสีนวน อำเภอเมืองมุกดาหาร เป็นกฐินที่เดินทางมาจากกรุงเทพมหานคร นำมาทอดถวายที่วัดวัดหนึ่งในตำบลนาสีนวน ซึ่งช่วงเวลาเดียวกันนี้ มีอีกหลายวัด ที่มีการทอดกฐินเช่นเดียวกัน เป็นฤดูกาลของการเดินทางของคนในเมือง (กรุงเทพมหานครหรือจังหวัดใหญ่ๆอื่นๆ)ที่มีญาติอยู่ในต่างจังหวัด เป็นการเดินทางมาเยี่ยมญาติหรือบ้านเกิด พร้อมกับการทอดกฐิน โดยการรวมตัวของญาติมิตร หรือเพื่อนฝูงที่อยู่ต่างถิ่นด้วยกัน นับเ้ป็นการสนองคุณบ้านเกิดรูปแบบหนึ่งของคนไทย
สิ่งที่ควบคู่กับการทอดกฐิน คือการเดินทางท่องเที่ยว การได้เดินทางกลับบ้านเดิมเพื่อเยิ่ยมญาติพี่น้อง ประเด็นที่น่าสนใจของผู้เขียนคือ การเดินทางกลับมาของผู้ไปทำงานต่างถิ่น กลับมาด้วยความแตกต่างจากเดิม กลับมาด้วยความหรูหรา มีเงินมีทอง การแต่งกายที่ดูมีฐานะมากกว่าเดิม สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่นำมาให้ญาติพี่น้องได้เห็นได้เจอ นำมาซึ่งการยกย่องชมเชย การเลี่ยนแบบ การเฝ้าคอยการกลับมาในปีต่อไป เป็นความแตกต่างที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากาการเดินทางไปทำงานหรือประกอบอาชีพที่อื่น ที่ทำให้เห็นว่า เป็นสิ่งที่ดี มีโอกาสมากกว่า การอยู่ในพื้นที่บ้านเกิดของตนเอง ค่านิยมที่เกิดขึ้นโดยไม่รู่ตัว คือการเห็นว่า การกระทำเช่นนี้ เป็นสิ่งที่หลายคนแสวงหา เดินทางไปทำงานต่างถิ่น เมื่อเดินทางกลับมา จะสร้างความภาคภูมิใจ รู้สึกอิ่มเอิบการการต้อนรับของญาติพี่น้อง พลอยทำให้มีหน้ามีต่าไม่น้อย
Webblog นี้ จัดทำขึ้นเพื่อเป็นช่องทางสื่อสารระหว่างตัวผม(สุริยะ พิศิษฐอรรถการ) และผู้สนใจโดยทั่วไป นักศึกษาวิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร อาจารย์พิเศษ และบุคลากรอื่นๆที่สนใจ และโดยเฉพาะ ประชาชนพี่น้องชาวมุกดาหารทุกท่าน ที่สนใจในความเป็น "มุกดาหาร"
วันเสาร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
วันเสาร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2553
แข่งเรือลุ่มน้ำโขง...อำเภอดอนตาล
ช่วงวันที่ 29-31 ตุลาคม 2554 อำเภอดอนตาลโดยเทศบาลตำบลคอนตาล ร่วมกับอบจ.มุกดาหาร จัดแข่งเรือประเพณีลุ่มน้ำโขง ในเทศกาลออกพรรษา ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องมายาวนาน เป็นการสืบสานประเพณีอันดีงามของพี่น้องที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำโขง ไม่ว่าจะเป็นฝั่งไทย หรือ ฝั่งลาว แทบทุกพื้นที่จะมีประเพณีแข่งเรือ เพื่อบวงสรวงแม่น้ำโขง หลังจากเสร็จฤดูทำนา





อำเภอดอนตาล โดยท่านายกเอกอมร ศรีลาศักดิ์ (กรรมการสภาวิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร) เป็นองค์กรท้องถิ่นที่เข้มแข็ง ดำเนินการจัดการแข่งเรือเพื่อส่งเสริมประเพณีมาอย่างต่อเนื่อง เปิดโอกาสให้ภาคส่วนต่างๆในอำเภอดอนตาล ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการกิจกรรมประเพณี ซึ่งวิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร โดยหน่วยจัดการศึกษาอำเภอดอนตาล ก็เป็นองค์กรหนึ่งในฐานะสถาบันอุดมศึกษาในท้องถิ่น ได้ร่วมสืบสานประเพณีดังกล่าว นำโดย อ.สุนทร ปาวงศ์ หัวหน้าหน่วยจัดการศึกษา ร่วมกับนักศึกษา ร่วมกิจกรรมดังกล่าวกันอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งวิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร ได้สนับสนุนงบประมาณเพื่อดำเนินการส่วนหนึ่ง ผู้เข้าร่วมจัดกิจกรรม ได้แก่ อาจารย์พิศษ กรรมการสภานักศึกษา





อำเภอดอนตาล โดยท่านายกเอกอมร ศรีลาศักดิ์ (กรรมการสภาวิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร) เป็นองค์กรท้องถิ่นที่เข้มแข็ง ดำเนินการจัดการแข่งเรือเพื่อส่งเสริมประเพณีมาอย่างต่อเนื่อง เปิดโอกาสให้ภาคส่วนต่างๆในอำเภอดอนตาล ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการกิจกรรมประเพณี ซึ่งวิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร โดยหน่วยจัดการศึกษาอำเภอดอนตาล ก็เป็นองค์กรหนึ่งในฐานะสถาบันอุดมศึกษาในท้องถิ่น ได้ร่วมสืบสานประเพณีดังกล่าว นำโดย อ.สุนทร ปาวงศ์ หัวหน้าหน่วยจัดการศึกษา ร่วมกับนักศึกษา ร่วมกิจกรรมดังกล่าวกันอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งวิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร ได้สนับสนุนงบประมาณเพื่อดำเนินการส่วนหนึ่ง ผู้เข้าร่วมจัดกิจกรรม ได้แก่ อาจารย์พิศษ กรรมการสภานักศึกษา
วชช.มุกดาหาร...ประชุมสภาสมัยวิสามัญ
เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2553 วิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร จัดประชุมสภาวิทยาลัยชุมชน วาระพิเศษเพื่อพิจารณาคัดเลือกกรรมการสรรหากรรมกาสภาวิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร ซึ่งจะหมดวาระลงในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2554 โดยที่ประชุมได้พิจารณาเสนอรายชื่อที่เห็นว่ามีคุณสมบัติเหมาะสม ให้ที่ประชุมพิจารณาคัดเลืิอกจำนวน 2 ท่าน เพื่อทำหน้าที่กรรมการสรรหากรรมการสภาวิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร


ที่ประชุมได้เสนอชื่อบุคคล 2 ท่าน ได้แก่ ดร.อีดิธ นามประกาย กรรมการผู้จัดการ บริษัท โตโยต้า มุกดาหาร จำกัด และ คุณสกล รักษ์สัตย์ กรรมการผู้จัดการ(ฝ่ายโรงงาน) โรงงานน้ำตาลสหเรือง จำกัด ทั้งสองท่าน เป็นบุคคลที่ใกล้ชิดกับการดำเนินงานของวิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร มาโดยตลอด ดังนั้น เชื่อได้ว่า ทั้งสองท่านจะทำหน้าที่ได้อย่างดี
วิทยาลัยชุมชนมุกดาาร จะก้าวไปข้างหน้าอย่างไร ย่อมขึ้นอยู่กับการทำหน้าที่ของสภาวิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร เป็นสำคัญ เพราะเป็นผู้กำหนดนโยบาย กำกับดูแล การทำหน้าที่ของผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชน ซึ่งสภาวิทยาลัยชุมชน จะต้องเป็นผู้เสียสละ ทุ่มเท แสวงหาทรักยากรต่างๆ เพื่อสนับสนุน ส่งเสริมการดำเนินงานของวิทยาลัยชุมชน ให้วิทยาลัยชุมชน เป็นของชุมชนโดยแท้จริง


ที่ประชุมได้เสนอชื่อบุคคล 2 ท่าน ได้แก่ ดร.อีดิธ นามประกาย กรรมการผู้จัดการ บริษัท โตโยต้า มุกดาหาร จำกัด และ คุณสกล รักษ์สัตย์ กรรมการผู้จัดการ(ฝ่ายโรงงาน) โรงงานน้ำตาลสหเรือง จำกัด ทั้งสองท่าน เป็นบุคคลที่ใกล้ชิดกับการดำเนินงานของวิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร มาโดยตลอด ดังนั้น เชื่อได้ว่า ทั้งสองท่านจะทำหน้าที่ได้อย่างดี
วิทยาลัยชุมชนมุกดาาร จะก้าวไปข้างหน้าอย่างไร ย่อมขึ้นอยู่กับการทำหน้าที่ของสภาวิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร เป็นสำคัญ เพราะเป็นผู้กำหนดนโยบาย กำกับดูแล การทำหน้าที่ของผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชน ซึ่งสภาวิทยาลัยชุมชน จะต้องเป็นผู้เสียสละ ทุ่มเท แสวงหาทรักยากรต่างๆ เพื่อสนับสนุน ส่งเสริมการดำเนินงานของวิทยาลัยชุมชน ให้วิทยาลัยชุมชน เป็นของชุมชนโดยแท้จริง
วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2553
พญานาค....เมืองมุกดาหาร




ช่วงท่่ผ่านมา จังหวัดมุกดาหารมีกระแสข่าวพญานาค ขึ้นบริเวณสะพานไทย-ลาว แห่งที่ิสอง ทำให้จังหวัดมุกดาหาร คึกคึกขึ้นอย่างรวดเร็ว ประชาชนทุกสารทิศเดินทางมาจังหวัดมุกดาหาร เพื่อต้องการเห็นพญานาคขึ้นกลางลำน้ำโขง ทำให้เป็นโอกาสที่ดีแก่จังหวัดมุกดาหาร ที่จะประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดให้แพร่ขยายกว้างขวางออกไปยิ่งขึ้น
จังหวัดมุกดาหาร จึงได้สร้างประดิษฐ์กรรมใหม่ขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมกระแสพญานาคให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น จนกระทั่งได้มีการเดินทางไปรับกระดูกชิ้นส่วนพญานาคจากจังหวัดภูเก็น มาเพื่อประชาสัมพันธ์และช่วยสร้างพระใหญ่ของจังหวัดมุกดาหาร และในจังหวัดบริเวณหัวสะพานมิรภาพไทย-ลาว ได้มีการก่อสร้างรูปพญานาคขึ้น เพื่อเป็นสถานที่สักการะบูชา นับเป็นสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อย
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา 3.0 ประเทศไทย.
วันเสาร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2553
เทศกาลกินเจ...เมืองมุกดาหาร
เป็นกิจกรรมที่น่าสนใจสำหรับประชาชนคนมุกดาหาร และประชาชนท่วไป ที่จังหวัดมุกดาหาร กำหนดให้มีเทศกาลกินเจขึ้น มีกิจกรรมส่งสเริมสนับสนุนน่าสนใจ มีการแห่และเชิดสิงห์โต แห่เทพเจ้าต่างๆ ที่แกะสลักจากไม้ที่สวยงามเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งเป็นกิจกรรมของพี่น้องชาวจีนที่อาศัยอ่ในจังหวัดมุกดาหาร



เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดมุกดาหาร ให้ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น เป็นการเพิ่มบทบาทของประชาชนจังหวัดมุกดาหาร ในการช่วยกันจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด ซึ่งน่าจะเป็นแนวทางที่ถูกต้อง ที่ประชาชนจังหวัดมุกดาหาร ลุกขึ้นมาร่วมกันจัดการจังหวัดของตนเอง ให้มีชีวิตชีวา ไม่ต้องรอภาคราชการสั่งการให้ดำเนินการ เพราะประชาชนจังหวัดมุกดาหารทุกคน เป็นเจ้าของจังหวัด เป็นบ้านเกิดที่จะต้องอยู่ต่อไปจนสิ้นชีวิต ลูกหลานจะเป็นผู้สืบทอดสิ่งดีงามให้ยั่งยืนต่อไป เพราะฉะนั้น คนมุกดาหารในปัจจุบัน จำเป็นที่จะต้องเพิ่มบทบาท ให้ความสนใจกับตัวตนของตนเองให้มากขึ้น ร่วมแรงร่วมใจกันให้มากขึ้น เพื่อความสุขสมบูรณ์ การมีคุณภาพชีวิตที่ดี...ของคนมุกดาหารเป็นที่ตั้ง



เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดมุกดาหาร ให้ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น เป็นการเพิ่มบทบาทของประชาชนจังหวัดมุกดาหาร ในการช่วยกันจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด ซึ่งน่าจะเป็นแนวทางที่ถูกต้อง ที่ประชาชนจังหวัดมุกดาหาร ลุกขึ้นมาร่วมกันจัดการจังหวัดของตนเอง ให้มีชีวิตชีวา ไม่ต้องรอภาคราชการสั่งการให้ดำเนินการ เพราะประชาชนจังหวัดมุกดาหารทุกคน เป็นเจ้าของจังหวัด เป็นบ้านเกิดที่จะต้องอยู่ต่อไปจนสิ้นชีวิต ลูกหลานจะเป็นผู้สืบทอดสิ่งดีงามให้ยั่งยืนต่อไป เพราะฉะนั้น คนมุกดาหารในปัจจุบัน จำเป็นที่จะต้องเพิ่มบทบาท ให้ความสนใจกับตัวตนของตนเองให้มากขึ้น ร่วมแรงร่วมใจกันให้มากขึ้น เพื่อความสุขสมบูรณ์ การมีคุณภาพชีวิตที่ดี...ของคนมุกดาหารเป็นที่ตั้ง
อาคารเก่าเมืองมุก....น่าอนุรักษ์


เมื่อเช้าวันที่ 2 ตุลาคม 2553 ได้ไปนั่งทานข้าวเปียก(เวียดนาม)อยู่ใกล้ๆตลาดศิริมงคลเกา่ เท่าที่ทราบบ้านหลังนี้เจ้าของเป็นเจ้าของร้านอาหารสวนรักมาก่อน(ตอนนี้หายไปแล้ว)เมื่อแหงนหน้าขึ้นเพดาน พบความแปลก คือ เพดานทำด้วยวัสดุบางอย่างที่ไม่แน่ใจว่าเป็นอะไร แต่ถ้าจะให้เดา น่าจะเป็นกล่องลูกระเบิดสมัยสงครามเวียดนาม ที่ถูกดัดแปลงมาเป็นวัสดุประดับเพดานบ้านหลังนี้ ซึ่งเป็นอาคารเก่าแก่ รูปลักษณะภายนอกและภายใน ไม่เหมือนกับอาคารอื่นๆในจังหวัดมุกดาหาร
ในความเห็น หากจะให้เมืองมุกดาหาร ได้แสดงให้เห็นถึงเอกลัษณ์ ความเป็นมาที่มีเรื่องราวน่าสนใจ เทศบาลเมืองมุกดาหาร น่าจะให้ความสนใจเข้าไปดูแล ประกาศเป็นอาคารอนุรักษ์ เพื่อการเรียนรู้แก่ลูกหลานในปัจจุบัน จะได้มีโอกาสเรียนรู้ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของจังหวัดมุกดาหารในอดีต ที่เห็นว่า มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และมิใช่มีเพียงอาคารเดียว อีกอาคารหนึ่งที่เห็นได้ คืออาคารเหลืองโรงเรียนมุกดาลัย ที่ก่อสร้างมาตั้งแต่ พ.ศ.2461 (คำนวณอายุลองดูครับ...น่าสนใจ) แต่จะมีอนุชนมุกดาหารสักกี่ราย ที่จะได้เรียนรู้ถึงความเป็นมาของอาคารหลังนี้ แะเช่นเดียวกันกับร้านขายข้าวเปียกที่กล่าวข้างต้น ควรจะเป็นถานที่ที่ให้เรื่องราวแก่ประชาชนจังหวัดมุกดาหาร เป็นหน้าที่ของเทศบาลโดยตรง พร้อมทั้งพี่น้องชาวจังหวัดมุกดาหารที่จะต้องช่วยกันดูแล อนุรักษ์ไว้เพื่อการเรียนรู้ในปัจจุบัน ในฐานะที่จังหวัดมุกดาหารเป็นเมืองชายแดน เมืองการค้าและการท่องเที่ยว...เชิญพี่น้องชาวมุกดาหาร ร่วมกันแสดงความคิดเห็นและเชิญชวนร่วมกันอนุรักษ์สิ่งที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์เหล่านี้ไว้ตรายนานเท่านาน
วันพฤหัสบดีที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
กลุ่มจิตอาสา...ทบทวนบทบาท


เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2553 กลุ่มจิตอาสา ซึ่งนำโดย อ.มนูญ วงงศ์นารี ประธานกลุ่ม เชิญสมาชิกเข้าร่วมประชุมที่ห้องประชุมมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี วิทยาเขตมุกดาหาร(โรงเรียนมุกดาลัย) ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย คุณพ่อเฉิดศักดิ์ แสนวิเศษ ที่ปรึกษากลุ่ม พี่หมอวิรุฬห์ ศุภกุล โฆษกของกลุ่ม อ.วิรัตน์ พรหมดี วิชาการกลุ่ม อ.สุริยะ พิศิษฐอรรถการ เลขากลุ่ม ดร.กุลภา โภคสวัสดิ์ ผู้ช่วยเลขากลุ่ม ดร.อีดิธ นามประกาย ผู้ประสานงานกลุ่ม
ประเด็นของการปรึกษาหารือ คือการทบทวน ปรับบาทบาทของกลุ่มให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น โดยสาระสำคัญคือ กลุ่มที่ตั้งขึ้น เป็นกลุ่มของบุคคลที่มีใจอาสาอยากช่วยในการพัฒนาเมืองมุกดาหาร ให้มีความสมดุลและยั่งยืน โดยทำหน้าที่กระตุ้น ส่งเสริม สนับสนุนให้ภาคส่วนต่างๆ ในจังหวัดมุกดาหาร (4 ภาคส่วน:ภาคราชการ ภาคธุรกิจเอกชน ภาคการเมือง และภาคประชาชน) เข้ามาร่วมมือกันในการสร้างทีมงานเพื่อการพัฒนา มีเป้าหมายในการพัฒนาจังหวัดมุกดาหาร่วมกันอย่างเป็นหนึ่งเดียว
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)