วันอังคารที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

สร้างทีม ปกครอง + สำนักงานจังหวัดมุกดาหาร

ระหว่างวันที่ ๒๕-๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ทีผ่านมา ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้ดำเนินการสร้างทีมงานเพื่อการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ โดยจัดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของบุคลากรที่ทำการปกครองจังหวัดมุกดาหาร และสำนักงานจังหวัดมุกดาหาร โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ คือ ต้องการให้ทั่งสองสำนักงาน ปฏิบัติงานเป็นต้นแบบการให้บริการที่มีประสิทธิภาพ สร้างความประทับใจแก่ประชาชนผู้รับบริการ เปลี่ยนภาพลักษณ์ของการทำงานให้มีชีวิตชีวิต เพราะทั้งสองหน่วยงาน มีบทบาท/ภารกิจโดยตรงในการสร้างความประทับใจให้แก่ประชาชนที่มารับบริการบริเวณศาลาจังหวัดมุกดาหาร










ในการณ์นี้ ได้มอบหมายให้ อ.มนูญ วงศ์นารี ประธานกลุ่มจิตอาสาและคณะทำหน้าที่เป็นวิทยากร ประกอบด้วย อ.มนูญ วงศ์นารี ดร.อีดิธ นามประกาย อ.วิรัตน์ พรหมดี และ อ.สุริยะ พิศิษฐอรรถการ โดยมีเนื้อหาที่สำคัญ คือ
(๑) การปฏิบัติงานในหน้าที่และตำแหน่ง (อ.มนูญ วงศ์นารี)
(๒) การสร้างขวัญและกำลังใจในการปฎิบัติงาน (ดร.อีดิธ นามประกาย)
(๓) การสร้างทีมงาน (อ.สุริยะ พิศิษฐอรรถการ/อ.วิรัตน์ พรหมดี)

นับเป็นโครงการที่ดีในการเสริมสร้างขวัญและกำลังในการปฏิบัติงานแก่บุคากรในระยะเริ่มต้น แต่จะต้องทำอย่างต่อเนื่องเป็นระยะ จึงจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร และต้องขยายไปสู่หน่วยงานอื่นๆ เพื่อสร้างการทำงานเป็นทีม ควรจะเรียกง่า Mukdahan Team แะลต้องสร้างความเจ้าใจร่วมที่จังหวัดมุกดาหาร จะต้องเป็นทีมเดียวกัน เอาความเจริญก้าวหน้าของจังหวัดเป็นตัวตั้ง หรือจังหวดมุกดาหาร เป็นกรมกรมหนึ่ง ที่มีผู้ว่าเป็นอธิบดีกรมมุกดาหาร การพัฒนาจะต้องอาสัยความร่วมมือและการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ซึ่งประกอบด้วย ภาคราชการ ภาคการเมือง ภาคธุรกิจเอกชนและภาคประชาชน (กรอป.)ซึ่งเป็นแนวคิดและกระบวนการทำงานของ "กลุ่มจิตอาสาเพื่อพัฒนามุกดาหาร"

วันพุธที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ภาพมืองมุก...

เมืองมุกดาหาร
มุกดาหาร จังหวัดหนึ่งในประเทศไทย ที่หลายท่านยังไม่รู้จักว่าอยู่ส่วนไหนของประเทศไทย ในอดีต หากไม่ตั้งใจ..จะไปไม่ถึง เพราะอยู่ไกลจากกรุงเทพมหนานคร ประมาณ 660 กิโลเมตร แต่ปัจจุบัน เมืองมุกดาหาร กลับกลายเป็นเมืองเศรษฐกิจชายแดน หลังจากการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่สอง เป็นสะพานเชื่อมไปสู่ประเทศลาว เวียดนาม และจีน นักลงทุนจำนวนมาก เดินทางมาลงทุนทั้งในจังหวัดมุกดาหาร และแขวงสวันนะเขต ในประเทศลาว หรือในประเทศเวียดนาม

หากท่านสนใจเมืองมุกดาหาร ขอเชิญเดินทางไปเมืองมุกดาหารสักครั้ง ท่านอาจจะได้รู้ว่า จังหวัดมุกดาหาร เป็นจังหวัดหนึ่งของประเทศไทย ที่มีหลายอย่างน่าสนใจ ทั้งศิลปวัฒนธรรม และธรรมชาติที่สวยงาม

วันเสาร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

กฐิน...ผ้าป่า...ความต่างในควหมือน

ช่วงเดือนนี้ (พฤศจิกายน) เป็นช่วงของการทอดกฐิน ของประะชาชนในประเทศไทย ทุกพื้นที่ เป็นประเพณีที่ดีงาม ที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน หากใครที่ได้ร่วมกันทอดกฐินถือว่า เป็นการกระทำที่มีกุศลแรง ได้บุญมากกว่าการทอดผ้าป่าหรือกิจกรรมอย่างอื่น

กฐินถือกติกาว่า จะต้องดำเนินการในช่วงที่มีการกำหนดไว้แน่นอน ไม่เหมือน "ผ้าป่า" ที่สามรถจะกระทำได้ตลอดเวลา ประเด็นนี้ อาจจะเป็นที่มาของความสำคัญของการทำบุญกฐิน

ความเห็นประการหนึ่ง จากการได้ไปร่วมทอดกฐิน (เมื่อวันที่ 7 พฟศจิกายน 2553) วัดหนึ่งในตำบลนาสีนวน อำเภอเมืองมุกดาหาร เป็นกฐินที่เดินทางมาจากกรุงเทพมหานคร นำมาทอดถวายที่วัดวัดหนึ่งในตำบลนาสีนวน ซึ่งช่วงเวลาเดียวกันนี้ มีอีกหลายวัด ที่มีการทอดกฐินเช่นเดียวกัน เป็นฤดูกาลของการเดินทางของคนในเมือง (กรุงเทพมหานครหรือจังหวัดใหญ่ๆอื่นๆ)ที่มีญาติอยู่ในต่างจังหวัด เป็นการเดินทางมาเยี่ยมญาติหรือบ้านเกิด พร้อมกับการทอดกฐิน โดยการรวมตัวของญาติมิตร หรือเพื่อนฝูงที่อยู่ต่างถิ่นด้วยกัน นับเ้ป็นการสนองคุณบ้านเกิดรูปแบบหนึ่งของคนไทย

สิ่งที่ควบคู่กับการทอดกฐิน คือการเดินทางท่องเที่ยว การได้เดินทางกลับบ้านเดิมเพื่อเยิ่ยมญาติพี่น้อง ประเด็นที่น่าสนใจของผู้เขียนคือ การเดินทางกลับมาของผู้ไปทำงานต่างถิ่น กลับมาด้วยความแตกต่างจากเดิม กลับมาด้วยความหรูหรา มีเงินมีทอง การแต่งกายที่ดูมีฐานะมากกว่าเดิม สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่นำมาให้ญาติพี่น้องได้เห็นได้เจอ นำมาซึ่งการยกย่องชมเชย การเลี่ยนแบบ การเฝ้าคอยการกลับมาในปีต่อไป เป็นความแตกต่างที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากาการเดินทางไปทำงานหรือประกอบอาชีพที่อื่น ที่ทำให้เห็นว่า เป็นสิ่งที่ดี มีโอกาสมากกว่า การอยู่ในพื้นที่บ้านเกิดของตนเอง ค่านิยมที่เกิดขึ้นโดยไม่รู่ตัว คือการเห็นว่า การกระทำเช่นนี้ เป็นสิ่งที่หลายคนแสวงหา เดินทางไปทำงานต่างถิ่น เมื่อเดินทางกลับมา จะสร้างความภาคภูมิใจ รู้สึกอิ่มเอิบการการต้อนรับของญาติพี่น้อง พลอยทำให้มีหน้ามีต่าไม่น้อย

วันเสาร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2553

แข่งเรือลุ่มน้ำโขง...อำเภอดอนตาล

ช่วงวันที่ 29-31 ตุลาคม 2554 อำเภอดอนตาลโดยเทศบาลตำบลคอนตาล ร่วมกับอบจ.มุกดาหาร จัดแข่งเรือประเพณีลุ่มน้ำโขง ในเทศกาลออกพรรษา ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องมายาวนาน เป็นการสืบสานประเพณีอันดีงามของพี่น้องที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำโขง ไม่ว่าจะเป็นฝั่งไทย หรือ ฝั่งลาว แทบทุกพื้นที่จะมีประเพณีแข่งเรือ เพื่อบวงสรวงแม่น้ำโขง หลังจากเสร็จฤดูทำนา







อำเภอดอนตาล โดยท่านายกเอกอมร ศรีลาศักดิ์ (กรรมการสภาวิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร) เป็นองค์กรท้องถิ่นที่เข้มแข็ง ดำเนินการจัดการแข่งเรือเพื่อส่งเสริมประเพณีมาอย่างต่อเนื่อง เปิดโอกาสให้ภาคส่วนต่างๆในอำเภอดอนตาล ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการกิจกรรมประเพณี ซึ่งวิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร โดยหน่วยจัดการศึกษาอำเภอดอนตาล ก็เป็นองค์กรหนึ่งในฐานะสถาบันอุดมศึกษาในท้องถิ่น ได้ร่วมสืบสานประเพณีดังกล่าว นำโดย อ.สุนทร ปาวงศ์ หัวหน้าหน่วยจัดการศึกษา ร่วมกับนักศึกษา ร่วมกิจกรรมดังกล่าวกันอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งวิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร ได้สนับสนุนงบประมาณเพื่อดำเนินการส่วนหนึ่ง ผู้เข้าร่วมจัดกิจกรรม ได้แก่ อาจารย์พิศษ กรรมการสภานักศึกษา

วชช.มุกดาหาร...ประชุมสภาสมัยวิสามัญ

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2553 วิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร จัดประชุมสภาวิทยาลัยชุมชน วาระพิเศษเพื่อพิจารณาคัดเลือกกรรมการสรรหากรรมกาสภาวิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร ซึ่งจะหมดวาระลงในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2554 โดยที่ประชุมได้พิจารณาเสนอรายชื่อที่เห็นว่ามีคุณสมบัติเหมาะสม ให้ที่ประชุมพิจารณาคัดเลืิอกจำนวน 2 ท่าน เพื่อทำหน้าที่กรรมการสรรหากรรมการสภาวิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร




ที่ประชุมได้เสนอชื่อบุคคล 2 ท่าน ได้แก่ ดร.อีดิธ นามประกาย กรรมการผู้จัดการ บริษัท โตโยต้า มุกดาหาร จำกัด และ คุณสกล รักษ์สัตย์ กรรมการผู้จัดการ(ฝ่ายโรงงาน) โรงงานน้ำตาลสหเรือง จำกัด ทั้งสองท่าน เป็นบุคคลที่ใกล้ชิดกับการดำเนินงานของวิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร มาโดยตลอด ดังนั้น เชื่อได้ว่า ทั้งสองท่านจะทำหน้าที่ได้อย่างดี

วิทยาลัยชุมชนมุกดาาร จะก้าวไปข้างหน้าอย่างไร ย่อมขึ้นอยู่กับการทำหน้าที่ของสภาวิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร เป็นสำคัญ เพราะเป็นผู้กำหนดนโยบาย กำกับดูแล การทำหน้าที่ของผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชน ซึ่งสภาวิทยาลัยชุมชน จะต้องเป็นผู้เสียสละ ทุ่มเท แสวงหาทรักยากรต่างๆ เพื่อสนับสนุน ส่งเสริมการดำเนินงานของวิทยาลัยชุมชน ให้วิทยาลัยชุมชน เป็นของชุมชนโดยแท้จริง

วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2553

พญานาค....เมืองมุกดาหาร





ช่วงท่่ผ่านมา จังหวัดมุกดาหารมีกระแสข่าวพญานาค ขึ้นบริเวณสะพานไทย-ลาว แห่งที่ิสอง ทำให้จังหวัดมุกดาหาร คึกคึกขึ้นอย่างรวดเร็ว ประชาชนทุกสารทิศเดินทางมาจังหวัดมุกดาหาร เพื่อต้องการเห็นพญานาคขึ้นกลางลำน้ำโขง ทำให้เป็นโอกาสที่ดีแก่จังหวัดมุกดาหาร ที่จะประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดให้แพร่ขยายกว้างขวางออกไปยิ่งขึ้น

จังหวัดมุกดาหาร จึงได้สร้างประดิษฐ์กรรมใหม่ขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมกระแสพญานาคให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น จนกระทั่งได้มีการเดินทางไปรับกระดูกชิ้นส่วนพญานาคจากจังหวัดภูเก็น มาเพื่อประชาสัมพันธ์และช่วยสร้างพระใหญ่ของจังหวัดมุกดาหาร และในจังหวัดบริเวณหัวสะพานมิรภาพไทย-ลาว ได้มีการก่อสร้างรูปพญานาคขึ้น เพื่อเป็นสถานที่สักการะบูชา นับเป็นสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อย

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา 3.0 ประเทศไทย.

วันเสาร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2553

เทศกาลกินเจ...เมืองมุกดาหาร

เป็นกิจกรรมที่น่าสนใจสำหรับประชาชนคนมุกดาหาร และประชาชนท่วไป ที่จังหวัดมุกดาหาร กำหนดให้มีเทศกาลกินเจขึ้น มีกิจกรรมส่งสเริมสนับสนุนน่าสนใจ มีการแห่และเชิดสิงห์โต แห่เทพเจ้าต่างๆ ที่แกะสลักจากไม้ที่สวยงามเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งเป็นกิจกรรมของพี่น้องชาวจีนที่อาศัยอ่ในจังหวัดมุกดาหาร





เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดมุกดาหาร ให้ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น เป็นการเพิ่มบทบาทของประชาชนจังหวัดมุกดาหาร ในการช่วยกันจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด ซึ่งน่าจะเป็นแนวทางที่ถูกต้อง ที่ประชาชนจังหวัดมุกดาหาร ลุกขึ้นมาร่วมกันจัดการจังหวัดของตนเอง ให้มีชีวิตชีวา ไม่ต้องรอภาคราชการสั่งการให้ดำเนินการ เพราะประชาชนจังหวัดมุกดาหารทุกคน เป็นเจ้าของจังหวัด เป็นบ้านเกิดที่จะต้องอยู่ต่อไปจนสิ้นชีวิต ลูกหลานจะเป็นผู้สืบทอดสิ่งดีงามให้ยั่งยืนต่อไป เพราะฉะนั้น คนมุกดาหารในปัจจุบัน จำเป็นที่จะต้องเพิ่มบทบาท ให้ความสนใจกับตัวตนของตนเองให้มากขึ้น ร่วมแรงร่วมใจกันให้มากขึ้น เพื่อความสุขสมบูรณ์ การมีคุณภาพชีวิตที่ดี...ของคนมุกดาหารเป็นที่ตั้ง